|
เตรียมตัวอย่างไรเมื่อ ต้องสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ !!! |
|
|
|
|
Written by Administrator
|
|
Wednesday, 04 February 2009 10:29 |
คำถามยอดฮิตติดอันดับที่มีคนถามครูเคทอยู่บ่อยๆ คือ ครูเคทขาหนูจะต้องไปสอบสัมภาษณ์ เป็นภาษาอังกฤษอาทิตย์หน้า แต่หนูพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ทำยังไงดีคะ ครูเคทก็สามารถตอบได้ทันทีเช่นเดียวกันว่า “ก็ทำใจซิคะ…” เพราะไม่รู้ว่าจะช่วยคุณเธอได้อย่างไรไปมากกว่านั้น ความจริงคำตอบของครูเคทไม่ใช่คำตอบแบบกำปั้นทุบดิน แต่เป็นคำตอบที่ให้คุณๆ ทั้งหลายได้คิด ทักษะและความสามารถของมนุษย์เราเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการสะสมมาเป็นเวลาพอสมควร ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเสกให้เกิดขึ้นได้ในพริบตา
คุณๆ ที่จะต้องไปสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นสัมภาษณ์สมัครงาน สมัครขอทุน สมัครเรียนต่อ สมัครขอวีซ่า หรือแม้แต่สัมภาษณ์ประกวดนางงาม ขอให้ทำใจไว้ก่อนว่า คนที่เขาสัมภาษณ์เรา เขาต้องการคัดคนดีมีความสามารถมุ่งมาดพัฒนาตน มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กรของเขา หรือในกรณีสมัครเรียนหรือขอวีซ่า เขาก็จะดูว่าคุณใช้ภาษาได้ในระดับเอาตัวรอด ไม่ก่อให้เกิดปัญหา ไม่มีใครเขาอยากจะคัดคนที่พูดภาษาอังกฤษได้น้ำไหลไฟดับ แต่กลับไม่มีสมอง เอาไปทำยาอะไรหรอก
ดังนั้น คุณๆ ที่ภาษาอังกฤษยังไม่ดีถึงขั้น ก็ไม่ต้องกังวลใจ แต่อย่างน้อยก็ต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง เพื่อการเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์ ไม่ใช่ทำใจดีสู้เสือแล้วไปตายเอาดาบหน้า การเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์อันดับแรก คือการสำรวจตนเองเสียก่อนว่า คุณเป็นใคร มีความรู้ ความสามารถพิเศษอะไร ทำไมหน่วยงานต่างๆ จึงควรรับคุณมากกว่าผู้สมัครคนอื่น ลองทำรายการออกมาเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ เสียก่อน จากนั้น จึงค่อยๆ หาคำพูดที่เหมาะสมเตรียมไว้ใช้เวลาถูกสัมภาษณ์ แล้วก็ขอทีเถอะค่ะ พวกคำพูดแนะนำตัวแบบเด็กๆ เช่น “My name is Somsri Somjainuek. I am 24 years old. I graduated from XYZ University with a bachelor degree in marketing.” ลองมาดูว่าคุณจะสามารถขยับคำพูดเล็กน้อยที่ไม่ยากจนเกินไป พูดแล้วคล่องปาก ได้ว่าอย่างไรบ้าง
“ Good Afternoon. Let me introduce myself to you. I”m Somsri Somjainuek . I recently graduated form XYZ University with a marketing background ”
หรือ
“ Hi, I’m Somsri Somjainuek. It’s been a great honor for me to meet all of you. Let me take a few minutes to tell you about my backgrounds. ”
ไม่ยากใช่มั้ยคะ แต่ฟังดูเป็น professional มากกว่าประโยคแรกซึ่งเหมือนเด็กท่องในห้องเรียน
แต่ข้อควรระวังก็คือว่า หลายคนชอบที่จะหาประโยคเด็ดสวยหรูจากในหนังสือหรืออินเทอร์เน็ต แล้วเอามาท่องไว้ พอเวลาเอามาพูดจริง หากคำถามเป็นไปอย่างที่เก็งมา ก็ตอบได้สวยหรู (เพราะท่องมา) แต่พอเจอคำถามอื่นที่ต้องตอบสดผู้สัมภาษณ์จะรู้ได้ทันทีว่า แท้ที่จริงความสามารถภาษาอังกฤษของคุณอยู่ในระดับใด และรู้ด้วยว่าคุณท่องประโยคอะไรมา
ซึ่งการท่องประโยคเด็ดที่เกินความสามารถของคุณไม่ได้ช่วยอะไรเลย มิหนำซ้ำยังส่งผลทางลบเพราะผู้สัมภาษณ์จะรู้ว่าคุณเป็นคนไส้กลวง แต่ถ้าคุณตอบคำถามตามความคิดขอคุณเองถึงแม้ภาษาอาจจะถูกบ้างผิดบ้างแบบไม่ค่อยโปร แต่ตอบด้วยความเข้าใจและแสดงให้เห็นถึงสมองของคุณ อย่างนี้ ผู้สัมภาษณ์ยังจะให้ความสนใจคุณมากกว่า
ลอง list ต่อไปซิคะ เช่น ถ้าคุณเป็นคนเรียนเก่ง ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง ไม่ต้องพยายามไปบอกเขาว่า “I graduated with first honor in ….” เพราะเขาจะหมั่นไส้เอา เพราะก่อนเขาสัมภาษณ์คุณเขาก็ต้องอ่านประวัติและ transcript ของคุณก่อนแล้ว หรือแม้เขาไม่อ่าน ก็ไม่ต้องพยายามบอกตรงๆ ต้องมีเทคนิคเลี่ยงให้ดูดี เช่น “When I was in the university, I really enjoyed learning new things and participating in all kinds of activity. Marketing and finance are my strengths.” ถ้าคุณเป็นคนเพื่อนมาก เรียกว่า popular ว่างั้นเถอะ แต่ก็อย่าพูดออกไปว่า “I am very popular in school.” แต่พูดให้มันสร้างสรรค์หน่อยว่า
“ I love meeting people.”
หรือ
“ I am very well accepted among friends.”
หรือ
“ I get along well with people.”
ถ้าคุณเป็นคนขยัน แทนที่จะพูดว่า “I work very hard.” ลองพูด
“ I’m responsible for my work and enjoy challenging jobs.”
ลองเขียนออกมาดูนะคะว่าคุณมีอะไรดี ที่อีกฝ่ายหนึ่งเขาสมควรจะรับคุณมากกว่าคนอื่น
ที่มา : นิตยสาร At Office
|
BanHmong 2008 Copyright by Ban Hmong In Thailand.